วิเคราะห์ทีมด้วย MBTI® เพื่อพัฒนาการทำงานร่วมกัน

เวลาใช้ MBTI® หลายทีมอาจเริ่มจากการรู้ว่าแต่ละคนมี Personality Type แบบไหน แต่ถ้าหยุดอยู่เพียงการรู้ตัวอักษร 4 ตัว เราอาจยังไม่ได้ใช้ข้อมูลเหล่านั้นเพื่อพัฒนาวิธีทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่

การวิเคราะห์ทีมด้วย MBTI® ช่วยให้ทีมมองเห็นภาพรวมของ Preference ที่สมาชิกมีแนวโน้มเลือกใช้ ทั้งในการสื่อสาร รับข้อมูล ตัดสินใจ และจัดการกับงาน จากนั้นจึงนำความเข้าใจเหล่านี้มาสำรวจต่อว่า ทีมมีรูปแบบการทำงานแบบใด มีจุดแข็งอะไร และมีมุมมองหรือพฤติกรรมด้านไหนที่อาจต้องตั้งใจดึงเข้ามาเพิ่มเติม

เป้าหมายจึงไม่ใช่การสรุปว่า “ทีมนี้เป็น Type อะไร” แล้วใช้ Type นั้นเป็นคำอธิบายทุกอย่าง แต่คือการใช้ MBTI® เป็นกรอบสำหรับพูดคุยเกี่ยวกับความแตกต่าง และเปลี่ยนความเข้าใจให้กลายเป็นวิธีทำงานร่วมกันที่เหมาะกับทีมมากขึ้น

การวิเคราะห์ทีมด้วย MBTI® คืออะไร?

การวิเคราะห์ทีมด้วย MBTI® คือการนำข้อมูลเกี่ยวกับ Preference ของสมาชิกแต่ละคนมามองในระดับทีม เพื่อสำรวจรูปแบบที่เกิดขึ้นร่วมกัน เช่น ทีมมีสมาชิกที่มีแนวโน้มคิดก่อนพูดมากกว่าพูดเพื่อช่วยคิดหรือไม่ ให้ความสำคัญกับรายละเอียดมากกว่าภาพรวมเพียงใด หรือตัดสินใจโดยเน้น Logic และ Criteria มากกว่าผลกระทบต่อผู้คนหรือไม่

ภาพรวมเหล่านี้ไม่ได้ใช้เพื่อบอกว่าทีม “ควรเป็น” แบบไหน แต่ช่วยให้ทีมเห็นพฤติกรรมบางอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายโดยธรรมชาติ รวมถึงมุมมองอีกด้านที่อาจไม่ได้ถูกนำมาใช้บ่อยเท่าไร

ตัวอย่างเช่น หากทีมมีสมาชิกที่ชอบวางแผนและต้องการความชัดเจนเป็นจำนวนมาก ทีมอาจทำงานกับ Deadline และโครงสร้างได้ดี แต่ในบางสถานการณ์ก็อาจต้องตั้งใจเปิดพื้นที่สำหรับการทดลองหรือปรับเปลี่ยนแผนเมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามา

ดังนั้น สิ่งที่มีคุณค่าจริง ๆ ไม่ใช่จำนวนคนในแต่ละ Type แต่คือคำถามว่า Preference ที่มีอยู่ในทีมกำลังส่งผลต่อวิธีทำงานร่วมกันอย่างไร

หากต้องการทำความเข้าใจพื้นฐานของ Preference 4 คู่ก่อน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ MBTI® คืออะไร? ทำความเข้าใจ Personality Type อย่างถูกต้อง

MBTI® ช่วยให้ทีมมองเห็นอะไรได้บ้าง?

เมื่อมอง Preference ในระดับทีม เราสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสังเกตพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละขั้นตอนของการทำงาน ตั้งแต่การประชุม รับข้อมูล ตัดสินใจ ไปจนถึงการบริหารเวลาและ Deadline

รูปแบบการสื่อสารและการมีส่วนร่วม

ความแตกต่างระหว่าง Extraversion (E) และ Introversion (I) สามารถสะท้อนออกมาในวิธีที่สมาชิกมีส่วนร่วมกับการประชุมหรือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

บางคนอาจคิดได้ดีขึ้นขณะพูดและต้องการพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนไอเดียทันที ขณะที่บางคนต้องการเวลาในการประมวลข้อมูลก่อนจึงจะสามารถนำเสนอความคิดได้เต็มที่

หากทีมให้พื้นที่กับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งมากเกินไป สมาชิกบางส่วนอาจมีโอกาสเข้าร่วมการสนทนาน้อยลง การเข้าใจ Preference จึงช่วยให้ทีมออกแบบวิธีประชุมที่รองรับทั้งการแลกเปลี่ยนสดและการให้เวลาคิดก่อนตอบได้มากขึ้น

วิธีรับข้อมูลและมองปัญหา

Sensing (S) และ Intuition (N) สะท้อนถึงข้อมูลที่แต่ละคนมีแนวโน้มให้ความสนใจก่อน

สมาชิกที่มี Preference แบบ Sensing อาจเริ่มต้นจากข้อเท็จจริง รายละเอียด ประสบการณ์ และสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน ส่วนสมาชิกที่มี Preference แบบ Intuition อาจให้ความสนใจกับความเชื่อมโยง ความเป็นไปได้ และภาพในอนาคตมากกว่า

ทีมที่มีมุมมองด้านใดด้านหนึ่งเด่นมากอาจพลาดข้อมูลอีกประเภทโดยไม่ตั้งใจ ตัวอย่างเช่น ทีมที่เก่งเรื่องรายละเอียดอาจต้องสร้างพื้นที่สำหรับการมองภาพระยะยาว ขณะที่ทีมที่เต็มไปด้วยไอเดียและความเป็นไปได้อาจต้องกลับมาตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อจำกัดในการนำไปใช้จริง

วิธีตัดสินใจร่วมกัน

Thinking (T) และ Feeling (F) ช่วยให้เราเห็นว่าทีมมักพิจารณาอะไรเมื่อต้องตัดสินใจ

บางคนอาจเริ่มจาก Logic หลักเกณฑ์ และความสอดคล้องของเหตุผล ขณะที่บางคนให้ความสำคัญกับคุณค่า สิ่งที่ให้ความสำคัญ และผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งสองมุมมองต่างมีประโยชน์ การวิเคราะห์ทีมจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเลือกว่าทีมควรตัดสินใจแบบไหน แต่ช่วยให้เห็นว่า ทีมกำลังใช้ข้อมูลด้านใดมากกว่า และมีมุมมองใดที่ยังไม่ได้ถูกนำเข้ามาพิจารณาอย่างเพียงพอ

ความแตกต่างด้านวิธีตัดสินใจอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งได้ หากทีมไม่ได้เข้าใจว่าคนแต่ละคนกำลังใช้เกณฑ์หรือมุมมองแบบใดในการพิจารณาเรื่องเดียวกัน

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การจัดการความขัดแย้งด้วย MBTI®

วิธีวางแผนและจัดการเวลา

Judging (J) และ Perceiving (P) สามารถสะท้อนความแตกต่างในวิธีที่สมาชิกจัดการกับแผน เวลา และการตัดสินใจ

บางคนต้องการความชัดเจน ต้องการรู้ Deadline และอยากปิดข้อสรุปเพื่อเดินหน้าต่อ ขณะที่บางคนทำงานได้ดีเมื่อยังมีพื้นที่ให้ปรับเปลี่ยน ทดลอง หรือรับข้อมูลใหม่ก่อนตัดสินใจสุดท้าย

ความแตกต่างนี้มักปรากฏชัดในช่วงใกล้ Deadline ทีมจึงควรตกลงกันให้ชัดว่า ช่วงไหนยังเปิดให้ปรับเปลี่ยนได้ เมื่อไรต้องตัดสินใจ และ Milestone ใดที่ทุกคนต้องส่งมอบตรงกัน

จาก Preference ของทีม สู่จุดแข็งและมุมที่ทีมอาจมองข้าม

เมื่อมอง Preference ของสมาชิกในภาพรวม ทีมอาจเริ่มเห็นรูปแบบบางอย่างที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในการทำงาน เช่น วิธีประชุม วิธีตัดสินใจ หรือข้อมูลประเภทที่ได้รับความสนใจมากที่สุด

สมมติว่าทีมหนึ่งมีสมาชิกที่มีแนวโน้มใช้ Introversion, Sensing, Thinking และ Judging ค่อนข้างมาก ทีมอาจมีจุดแข็งด้านการทำงานอย่างเป็นระบบ การให้ความสำคัญกับข้อมูลและรายละเอียด การตรวจสอบความถูกต้อง และการตัดสินใจโดยอาศัยหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าทีมนี้ “ขาด” ความคิดสร้างสรรค์หรือไม่สามารถทำงานแบบยืดหยุ่นได้ เพียงแต่ทีมอาจต้องตั้งใจสร้างพื้นที่สำหรับการสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ การมองภาพระยะยาว การพิจารณาผลกระทบต่อผู้คน หรือการเปิดทางเลือกก่อนตัดสินใจมากกว่าทีมที่มี Preference เหล่านี้หลากหลายกว่า

ดังนั้น สิ่งที่ทีมควรถามไม่ใช่เพียงว่า “จุดแข็งของเราคืออะไร?” แต่ควรถามต่อว่า “ด้วยวิธีทำงานที่เราใช้เป็นประจำ มีมุมไหนที่เราอาจกำลังมองข้าม?”

ตรงนี้ทำให้ MBTI® มีประโยชน์ต่อ Team Development เพราะช่วยให้ทีมเห็นทั้งสิ่งที่ทำได้ดี และด้านที่ควรตั้งใจนำเข้ามาในกระบวนการทำงานเพิ่มเติม

วิเคราะห์ช่องว่างระหว่างวิธีทำงานของทีมกับโจทย์งานอย่างไร?

การวิเคราะห์ทีมด้วย MBTI® ไม่ควรถูกใช้เพื่อถามว่า “งานนี้เหมาะกับ Type ไหน” เพราะงานหนึ่งงานไม่ได้ต้องการ Personality Type เพียงแบบเดียว และ MBTI® ก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวัดความสามารถหรือทำนาย Performance ของบุคคล

คำถามที่มีประโยชน์กว่าคือ งานหรือสถานการณ์ที่ทีมกำลังเผชิญต้องการพฤติกรรมแบบใด และทีมของเรามีพฤติกรรมเหล่านั้นเพียงพอหรือยัง

ตัวอย่างเช่น งานด้าน Finance อาจต้องใช้ความละเอียด การตรวจสอบข้อมูล ความสม่ำเสมอ และการทำงานตามมาตรฐาน แต่ในขณะเดียวกันก็ยังอาจต้องใช้การสื่อสารกับ Stakeholder การมองภาพรวมของธุรกิจ และการปรับตัวเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนแปลง

ในทำนองเดียวกัน งานด้าน Marketing อาจต้องใช้การมองความเป็นไปได้ ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจผู้บริโภค แต่ก็ยังต้องอาศัยข้อมูลจริง การวัดผล การตัดสินใจ และการจัดการ Deadline เช่นกัน

ดังนั้นการใช้ MBTI® กับทีมจึงไม่ใช่การจับคู่คนกับงานจาก Type แต่เป็นการนำความเข้าใจเรื่อง Preference มาช่วยตั้งคำถามว่า ทีมต้องใช้พฤติกรรมอะไรเพื่อทำงานนี้ให้สำเร็จ และมีด้านไหนที่ควรฝึกใช้เพิ่มเติม

เมื่อมองในลักษณะนี้ Team Analysis จะกลายเป็นเครื่องมือช่วยออกแบบการพัฒนา มากกว่าการใช้ Personality Type เป็นข้อจำกัดของสมาชิกในทีม

นำผลการวิเคราะห์ทีมไปใช้พัฒนาอะไรได้บ้าง?

คุณค่าของการวิเคราะห์ทีมจะเกิดขึ้นเมื่อ Insight ที่ได้ถูกเปลี่ยนเป็น Action ที่ทีมสามารถนำกลับไปทดลองใช้ในการทำงานจริง ไม่ใช่จบอยู่ที่การรู้ว่าในทีมมี Preference แบบใดมากที่สุด

ปรับรูปแบบการประชุม

ทีมสามารถออกแบบการประชุมให้รองรับวิธีประมวลความคิดที่แตกต่างกันได้ เช่น ส่งหัวข้อหรือข้อมูลล่วงหน้าเพื่อให้สมาชิกมีเวลาคิด ก่อนเปิดพื้นที่สำหรับการ Brainstorm และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน

วิธีนี้ช่วยให้คนที่คิดผ่านการพูดและคนที่ต้องการเวลาคิดก่อนมีโอกาสมีส่วนร่วมได้เต็มที่มากขึ้น

ปรับกระบวนการตัดสินใจ

หากทีมมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับ Logic และ Criteria มาก ทีมอาจสร้างคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ People Impact และ Stakeholder ก่อนตัดสินใจ

ในทางกลับกัน หากทีมให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้คนมากอยู่แล้ว ก็อาจเพิ่มการตรวจสอบข้อมูล หลักเกณฑ์ และ Trade-off ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การตัดสินใจครอบคลุมมากขึ้น

ปรับวิธีจัดการ Deadline

ทีมสามารถกำหนด Milestone และ Decision Point ให้ชัดว่า ช่วงใดยังสามารถทดลองและปรับเปลี่ยนได้ และเมื่อไรต้องปิดทางเลือกเพื่อเดินหน้ากับสิ่งที่ตกลงร่วมกันแล้ว

แนวทางนี้ช่วยลด friction ระหว่างคนที่ต้องการความชัดเจนล่วงหน้ากับคนที่ต้องการพื้นที่ในการปรับตัวระหว่างทาง

ปรับวิธีให้ Feedback

สมาชิกแต่ละคนอาจให้ความสนใจกับข้อมูลและประมวล Feedback แตกต่างกัน ทีมจึงไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดียวกับทุกคนเสมอไป

บางสถานการณ์อาจต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงและตัวอย่างที่ชัดเจน บางสถานการณ์อาจต้องอธิบาย Context หรือผลกระทบให้เห็นภาพก่อน สิ่งสำคัญคือ Feedback ยังคงต้องตรงไปตรงมาและมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนา ไม่ใช่การปรับเนื้อหาเพื่อเอาใจ Type ใด Type หนึ่ง

วาง Team Development Plan

หลังจากเห็น Pattern และจุดที่ควรระวัง ทีมสามารถเลือกพฤติกรรมที่ต้องการพัฒนาให้ชัดเจน เช่น การเพิ่มพื้นที่ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการประชุม การตรวจสอบมุมมองให้ครบก่อนตัดสินใจ หรือการกำหนดวิธีทำงานกับ Deadline ร่วมกัน

เป้าหมายไม่ใช่การพยายามเปลี่ยน Personality Type ของใคร แต่เป็นการเพิ่มทางเลือกในการใช้พฤติกรรมให้เหมาะกับสถานการณ์มากขึ้น

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อใช้ MBTI® วิเคราะห์ทีม

การนำ MBTI® มาใช้กับทีมอย่างเหมาะสมจำเป็นต้องเข้าใจข้อจำกัดของเครื่องมือด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ Personality Type กลายเป็น Label ที่จำกัดคนแทนที่จะช่วยให้ทีมเข้าใจกันมากขึ้น

  • ไม่ใช้ Pattern ของ Preference ที่พบเด่นในทีมสรุปว่าทุกคนต้องมีพฤติกรรมเหมือนกัน เพราะสมาชิกแต่ละคนยังมีความแตกต่างในประสบการณ์ ความสามารถ และวิธีแสดงออก
  • ไม่มอง Preference ที่มีจำนวนน้อยว่าเป็นจุดอ่อนโดยอัตโนมัติ การมี Preference แบบใดมากหรือน้อยไม่ได้บอกว่าทีมเก่งหรือด้อยกว่า
  • ไม่ใช้ Type เป็นเกณฑ์เดียวในการเลือกคนเข้าทีมหรือคัดเลือกบุคลากร เพราะ MBTI® ไม่ได้วัดความสามารถ ทักษะ หรือ Performance
  • ไม่ตีความว่าคน Type เดียวกันต้องทำงานเหมือนกัน แม้จะมี Preference เหมือนกัน แต่บริบทและการพัฒนาของแต่ละคนยังส่งผลต่อพฤติกรรม
  • ไม่ใช้ Type เป็นข้ออ้างว่า “ทีมเราเป็นแบบนี้ เปลี่ยนไม่ได้” เพราะ Preference ไม่ได้หมายความว่าคนไม่สามารถเรียนรู้หรือใช้พฤติกรรมอีกด้านได้

เมื่อใช้ MBTI® ด้วยกรอบคิดแบบนี้ การวิเคราะห์ทีมจะช่วยขยายความเข้าใจ มากกว่ากลายเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ตีกรอบสมาชิก

จากการเข้าใจความแตกต่าง สู่ภาษากลางของทีม

ประโยชน์สำคัญอีกด้านของ MBTI® คือการช่วยสร้าง ภาษากลาง สำหรับพูดคุยเรื่องความแตกต่างในทีม

แทนที่จะบอกว่า “เขาทำงานยาก” หรือ “อีกฝ่ายคิดไม่เหมือนเราเลย” สมาชิกสามารถเริ่มพูดถึงความต้องการในการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น ต้องการเวลาเตรียมตัวก่อนประชุม ต้องการข้อมูลที่ละเอียดขึ้น ต้องการเห็นผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง หรืออยากรู้ว่าจุดไหนของแผนยังสามารถปรับได้

เมื่อทีมสามารถพูดเรื่องเหล่านี้ได้ชัดขึ้น ขั้นต่อไปคือการเปลี่ยนความเข้าใจให้กลายเป็น Team Agreement เช่น วิธีประชุม วิธีตัดสินใจ วิธีให้ Feedback วิธีจัดการ Deadline หรือแนวทางการสื่อสารเมื่อมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน

MBTI® จึงไม่ได้มีคุณค่าเพราะช่วยให้ทีมรู้ว่าใครเป็น Type อะไร แต่เพราะสามารถช่วยให้คนมองเห็นความแตกต่าง พูดถึงความแตกต่างได้อย่างสร้างสรรค์ และร่วมกันออกแบบวิธีทำงานที่ใช้จุดแข็งของสมาชิกแต่ละคนได้ดีขึ้น

หากต้องการมองภาพที่กว้างกว่าระดับทีม สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การใช้ MBTI® สำหรับองค์กร เพื่อพัฒนาคน ทีม และผู้นำ


สนใจใช้ MBTI® เพื่อพัฒนาทีมในองค์กร?

Potentia Thailand สามารถช่วยออกแบบ MBTI® Team Development และ Workshop ให้สอดคล้องกับความท้าทาย รูปแบบการทำงาน และเป้าหมายของทีม เพื่อให้การเรียนรู้ไม่จบอยู่เพียงการรู้ Type แต่สามารถนำไปเชื่อมกับการทำงานจริงได้

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน MBTI® Team Development

สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ [email protected] หรือโทร 02 258 6930-35